คำศัพท์ Funded Trading: รวมศัพท์ที่ต้องรู้
เข้าใจศัพท์ของวงการ Funded Trading ด้วยอภิธานศัพท์ฉบับเต็มนี้ ตั้งแต่พื้นฐานของ Prop Firm ไปจนถึงศัพท์ขั้นสูงของฟิวเจอร์ส คือคลังคำที่คุณต้องมีเพื่อไปต่อในเส้นทางเทรดเดอร์

โลกของ Funded Trading มีภาษาเฉพาะของมันเอง การเข้าใจศัพท์เหล่านี้ไม่ได้ช่วยแค่ให้คุณอ่านกฎของ Prop Firm ออกเท่านั้น แต่ยังทำให้คุณคุยกับเทรดเดอร์คนอื่นได้รู้เรื่องและตัดสินใจบนข้อมูลที่ครบกว่าเดิม
ในคู่มือฉบับนี้ ผมรวบรวมศัพท์ทั้งหมดที่คุณควรรู้ไว้ให้แล้ว จัดเป็นหมวดหมู่เพื่อให้หาง่าย
Prop Firm และการประเมิน
Challenge / การประเมิน
บททดสอบที่คุณต้องผ่านเพื่อพิสูจน์ฝีมือการเทรดก่อนจะได้บัญชีที่บริษัทให้ทุน โดยทั่วไปจะมีเป้าหมายกำไรและขีดจำกัดการขาดทุนที่คุณต้องรักษาไว้ตลอดช่วงเวลาที่กำหนดCombine
คำที่ Prop Firm บางเจ้าใช้เรียกกระบวนการประเมินของตัวเอง กลไกเหมือนกับ Challenge ทุกอย่าง คือคุณต้องทำเป้าหมายให้ถึงพร้อมกับรักษากฎความเสี่ยงไว้Evaluation Phase / ระยะการประเมิน
ช่วงเวลาที่การเทรดของคุณถูกประเมิน Prop Firm บางเจ้ามีระยะเดียว (1-step) บางเจ้ามีสองระยะ (2-step) และแต่ละระยะมีเป้าหมายของตัวเองFunded Account / บัญชี Funded
บัญชีเทรดที่คุณได้รับหลังผ่านการประเมิน คุณเทรดด้วยทุนของ Prop Firm และได้รับกำไรที่ทำได้ตามสัดส่วนที่ตกลงกันInstant Funding / บัญชีตรง
รูปแบบของ Prop Firm ที่ให้คุณเข้าถึงบัญชี Funded ได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านการประเมินก่อน โดยทั่วไปจะมีกฎเข้มกว่าหรือมีต้นทุนเริ่มต้นสูงกว่าPayout / การถอนเงิน
กระบวนการถอนกำไรที่ทำได้จากบัญชี Funded ของคุณ Prop Firm แต่ละเจ้ามีนโยบายการจ่ายเงินของตัวเอง ทั้งความถี่ ยอดขั้นต่ำ และช่องทางรับเงินProfit Split / ส่วนแบ่งกำไร
สัดส่วนของกำไรที่ตกเป็นของคุณในฐานะเทรดเดอร์ เช่น ส่วนแบ่งกำไร 80/20 หมายความว่าคุณได้ 80% ของกำไร และ Prop Firm เก็บไว้ 20%Reset / รีเซ็ต
ทางเลือกที่ Prop Firm บางเจ้าให้ไว้สำหรับเริ่มการประเมินใหม่เมื่อคุณสอบตก โดยทั่วไปจะถูกกว่าการซื้อบัญชีใหม่ ความคืบหน้าของคุณจะกลับไปเป็นศูนย์Simulated Account / บัญชีจำลอง
บัญชีที่จำลองสภาพตลาดจริงแต่ไม่มีเงินจริงอยู่ในความเสี่ยง Prop Firm ฟิวเจอร์สส่วนใหญ่ใช้บัญชีจำลองแม้หลังจากที่คุณ "ได้ทุน" แล้วก็ตามScaling Plan / แผนขยายบัญชี
โปรแกรมที่ให้คุณเพิ่มขนาดบัญชีและจำนวนสัญญาที่เทรดได้ เมื่อคุณพิสูจน์ความสม่ำเสมอและความสามารถในการทำกำไรแล้วการบริหารความเสี่ยง
Drawdown / การลดลงของทุน
การลดลงของมูลค่าบัญชีจากจุดสูงสุดของมัน เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ Prop Firm เฝ้าดูตลอดเวลาTrailing Drawdown / Drawdown แบบเลื่อนตาม
Drawdown ประเภทที่ขยับขึ้นตามกำไรของคุณแต่ไม่เคยเลื่อนลง ถ้าบัญชีของคุณโตจาก $50,000 เป็น $51,000 เพดาน Drawdown ของคุณก็ขยับขึ้นตามสัดส่วนEOD Drawdown / Drawdown ตอนปิดวัน
Drawdown ที่คำนวณตอนสิ้นวันเทรด (End of Day) อัปเดตเฉพาะเมื่อคุณปิดโพซิชันแล้ว ไม่ได้คำนวณแบบเรียลไทม์ระหว่างที่ออเดอร์ยังเปิดอยู่Intraday Drawdown / Drawdown ระหว่างวัน
Drawdown ที่คำนวณแบบเรียลไทม์ระหว่างเซสชันเทรด เข้มกว่าแบบ EOD เพราะนับขาดทุนที่ยังไม่ได้ปิดด้วยStatic Drawdown / Drawdown แบบคงที่
Drawdown ที่ไม่ขยับเลย ถ้าเพดานขาดทุนสูงสุดของคุณคือ $2,500 มันก็จะเป็น $2,500 ตลอดไม่ว่าคุณจะทำกำไรได้เท่าไหร่ เป็นแบบที่เป็นมิตรกับเทรดเดอร์ที่สุดDaily Loss Limit / ขาดทุนสูงสุดต่อวัน
จำนวนเงินสูงสุดที่คุณเสียได้ในวันเทรดวันเดียว การทะลุเพดานนี้มักนับเป็นการละเมิดกฎMax Loss / ขาดทุนสูงสุด
จำนวนเงินรวมสูงสุดที่คุณเสียได้ก่อนจะเสียบัญชีไป บางทีก็เรียกว่า "maximum drawdown" หรือ "trailing threshold"Profit Target / เป้าหมายกำไร
ยอดกำไรที่คุณต้องทำให้ถึงเพื่อผ่านการประเมินหรือเพื่อให้มีสิทธิ์ถอนเงิน เช่น ทำกำไรให้ถึง $3,000 เพื่อผ่าน ChallengeConsistency Rule / กฎความสม่ำเสมอ
ข้อกำหนดว่าห้ามให้วันใดวันหนึ่งกินสัดส่วนกำไรรวมเกินเปอร์เซ็นต์ที่กำหนด มีไว้กันไม่ให้คุณผ่านการประเมินด้วยวันดวงดีเพียงวันเดียวMinimum Trading Days / วันเทรดขั้นต่ำ
จำนวนวันขั้นต่ำที่คุณต้องเทรดเพื่อจบการประเมินหรือเพื่อมีสิทธิ์ถอนเงิน มีไว้ผลักดันความสม่ำเสมอมากกว่าผลลัพธ์เร็ว ๆฟิวเจอร์สและสัญญา
Futures / ฟิวเจอร์ส
สัญญาทางการเงินที่ผูกให้ผู้ซื้อต้องซื้อ (หรือผู้ขายต้องขาย) สินทรัพย์ในวันข้างหน้าที่ราคาซึ่งตกลงกันไว้ล่วงหน้า เป็นตราสารอนุพันธ์ที่สภาพคล่องสูงและมีอัตราทดในตัวContract / สัญญา
หน่วยมาตรฐานของการเทรดฟิวเจอร์ส สินค้าแต่ละตัวมีสเปกสัญญาต่างกัน ทั้งขนาด มูลค่า Tick และเวลาซื้อขายStandard Contract / สัญญามาตรฐาน
สัญญาฟิวเจอร์สขนาดเต็ม เช่น สัญญา ES มาตรฐานหนึ่งสัญญาเท่ากับ $50 ต่อหนึ่งจุดของ S&P 500Mini Contract / สัญญามินิ
สัญญาขนาดย่อจากมาตรฐาน โดยทั่วไปคือ 1/5 ของขนาดเต็ม ตัว E-mini เป็นที่นิยมที่สุดในฟิวเจอร์สดัชนีMicro Contract / สัญญาไมโคร
ขนาดเล็กลงไปอีก โดยทั่วไปคือ 1/10 ของมินิ หรือ 1/50 ของมาตรฐาน เหมาะกับเทรดเดอร์ที่บัญชีเล็กหรือคนที่ต้องการคุมความเสี่ยงแบบละเอียดTick
การเคลื่อนไหวของราคาน้อยที่สุดที่สินค้าตัวหนึ่งขยับได้ เช่น ใน ES หนึ่ง Tick เท่ากับ 0.25 จุดTick Value / มูลค่าต่อ Tick
มูลค่าเป็นเงินของหนึ่ง Tick ใน ES หนึ่ง Tick (0.25 จุด) มีค่า $12.50 ต่อสัญญา ส่วนใน MES (ไมโคร) มีค่า $1.25Point / จุด
หน่วยวัดราคา หนึ่งจุดใน ES เท่ากับ 4 ticks ($50) อย่าสับสนกับ TickLot / ล็อต
อีกคำที่ใช้เรียกสัญญา "เทรด 2 ล็อต" ก็คือเทรด 2 สัญญาMargin / มาร์จิ้น
จำนวนเงินที่ต้องวางเป็นหลักประกันเพื่อเปิดโพซิชัน ในฟิวเจอร์ส มาร์จิ้นเป็นเพียงเศษเสี้ยวของมูลค่าสัญญาทั้งก้อนIntraday Margin / มาร์จิ้นระหว่างวัน
มาร์จิ้นที่ลดลงสำหรับโพซิชันที่ปิดภายในวันเดียวกัน โดยทั่วไปต่ำกว่ามาร์จิ้นข้ามคืนมากOvernight Margin / มาร์จิ้นข้ามคืน
มาร์จิ้นที่ต้องใช้เพื่อถือโพซิชันค้างไว้นอกเวลาตลาดปกติ สูงกว่าแบบระหว่างวันอย่างมีนัยสำคัญLeverage / อัตราทด
ความสามารถในการคุมโพซิชันขนาดใหญ่ด้วยเงินทุนที่น้อยกว่า ฟิวเจอร์สเป็นตราสารที่มีอัตราทดอยู่ในตัวอยู่แล้วNotional Value / มูลค่าตามสัญญา
มูลค่ารวมของสัญญาคิดเป็นดอลลาร์ เช่น ถ้า ES อยู่ที่ 5000 จุด มูลค่าตามสัญญาคือ $250,000 (5000 × $50)สินค้าที่นิยมเทรด
ES (E-mini S&P 500)
สัญญาฟิวเจอร์สอ้างอิงดัชนี S&P 500 เป็นหนึ่งในสินค้าที่สภาพคล่องสูงที่สุดในโลก Tick: 0.25 จุด ($12.50)MES (Micro E-mini S&P 500)
รุ่นไมโครของ ES ขนาด 1/10 Tick: 0.25 จุด ($1.25) เหมาะกับบัญชีเล็กNQ (E-mini Nasdaq 100)
สัญญาฟิวเจอร์สอ้างอิงดัชนี Nasdaq 100 ผันผวนกว่า ES Tick: 0.25 จุด ($5.00)MNQ (Micro E-mini Nasdaq 100)
รุ่นไมโครของ NQ ขนาด 1/10 Tick: 0.25 จุด ($0.50)YM (E-mini Dow)
สัญญาฟิวเจอร์สอ้างอิงดัชนี Dow Jones Industrial Average Tick: 1 จุด ($5.00)MYM (Micro E-mini Dow)
รุ่นไมโครของ YM Tick: 1 จุด ($0.50)RTY (E-mini Russell 2000)
สัญญาฟิวเจอร์สอ้างอิงดัชนี Russell 2000 ซึ่งเป็นหุ้นขนาดเล็ก Tick: 0.1 จุด ($5.00)M2K (Micro E-mini Russell 2000)
รุ่นไมโครของ RTY Tick: 0.1 จุด ($0.50)CL (Crude Oil / น้ำมันดิบ)
สัญญาฟิวเจอร์สอ้างอิงน้ำมันดิบ WTI ผันผวนสูงมาก Tick: 0.01 ($10.00 ต่อสัญญา)MCL (Micro Crude Oil)
รุ่นไมโครของ CL ขนาด 1/10 Tick: 0.01 ($1.00)GC (Gold / ทองคำ)
สัญญาฟิวเจอร์สอ้างอิงทองคำ Tick: 0.10 ($10.00 ต่อสัญญาขนาด 100 ออนซ์)MGC (Micro Gold)
รุ่นไมโครของ GC Tick: 0.10 ($1.00 ต่อสัญญาขนาด 10 ออนซ์)SI (Silver / เงิน)
สัญญาฟิวเจอร์สอ้างอิงโลหะเงิน Tick: 0.005 ($25.00 ต่อสัญญาขนาด 5,000 ออนซ์)ZB (30-Year Treasury Bond)
สัญญาฟิวเจอร์สอ้างอิงพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี นิยมใช้เทรดทิศทางอัตราดอกเบี้ย6E (Euro FX)
สัญญาฟิวเจอร์สอ้างอิงคู่เงิน EUR/USD Tick: 0.00005 ($6.25)ศัพท์การเทรดทั่วไป
Long / ลอง
โพซิชันฝั่งซื้อ คุณเดิมพันว่าราคาจะขึ้น "เข้าลอง" หรือ "ถือลองอยู่" หมายถึงมีโพซิชันฝั่งซื้อเปิดค้างไว้Short / ชอร์ต
โพซิชันฝั่งขาย คุณเดิมพันว่าราคาจะลง ในฟิวเจอร์สคุณเปิดชอร์ตได้ง่ายพอ ๆ กับเปิดลองEntry / จุดเข้า
จุดที่คุณเปิดโพซิชัน ราคาที่เข้าเป็นตัวกำหนดจุดอ้างอิงของกำไรและขาดทุนทั้งหมดExit / จุดออก
จุดที่คุณปิดโพซิชัน อาจปิดด้วยกำไร (take profit) ด้วยขาดทุน (stop loss) หรือเสมอตัว (break-even)Stop Loss
ออเดอร์ที่ปิดโพซิชันให้อัตโนมัติเมื่อราคาไปถึงระดับขาดทุนที่กำหนดไว้ เป็นเครื่องมือพื้นฐานของการบริหารความเสี่ยงTake Profit / Target
ออเดอร์ที่ปิดโพซิชันให้อัตโนมัติเมื่อราคาไปถึงระดับกำไรที่กำหนดไว้Break-even
จุดที่ออเดอร์ของคุณไม่ได้กำไรและไม่ได้ขาดทุน "เลื่อนสต็อปมาที่ break-even" หมายถึงย้าย stop loss มาไว้ที่ราคาเข้าRisk/Reward Ratio / อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน
ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่คุณเสี่ยงกับสิ่งที่คุณหวังจะได้ R:R เท่ากับ 1:2 หมายถึงเสี่ยง $100 เพื่อหวังได้ $200R (หน่วยความเสี่ยง)
หน่วยวัดมาตรฐานที่อิงกับความเสี่ยงต่อออเดอร์ของคุณ ถ้าคุณเสี่ยง $100 แล้วได้ $300 ก็คือได้มา 3RPosition Sizing / การกำหนดขนาดโพซิชัน
การตัดสินว่าจะเทรดกี่สัญญาโดยดูจากเงินทุนและระดับความเสี่ยงที่คุณรับได้ เป็นหัวใจของการบริหารความเสี่ยงScaling In / ทยอยเข้า
การเปิดโพซิชันทีละส่วนแทนที่จะเข้าทีเดียวหมด ช่วยเฉลี่ยราคาเข้าScaling Out / ทยอยออก
การปิดโพซิชันทีละส่วน เก็บกำไรบางส่วนไว้ก่อนแล้วปล่อยที่เหลือวิ่งต่อAveraging Down
การเติมไม้เข้าไปในโพซิชันที่กำลังขาดทุนเพื่อดึงราคาเฉลี่ยให้ดีขึ้น เป็นกลยุทธ์เสี่ยงที่ไม่แนะนำสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่สไตล์การเทรด
Scalping
สไตล์การเทรดระยะสั้นมาก ออเดอร์หนึ่งกินเวลาไม่กี่วินาทีถึงไม่กี่นาที เน้นเก็บการเคลื่อนไหวเล็ก ๆDay Trading
การเทรดภายในวัน เปิดและปิดโพซิชันทั้งหมดในวันเดียวกัน ไม่มีการถือข้ามคืนSwing Trading
การถือโพซิชันข้ามวันหรือข้ามสัปดาห์เพื่อจับการเคลื่อนไหวก้อนใหญ่ ต้องใช้มาร์จิ้นข้ามคืนPosition Trading
การถือโพซิชันเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน ใกล้เคียงกับการลงทุนมากกว่าการเทรดแบบแอ็กทีฟNews Trading
การเทรดโดยอิงกับข่าวและตัวเลขเศรษฐกิจ ต้องอาศัยความเร็วและความเข้าใจว่าข่าวแต่ละตัวกระทบอะไรAlgorithmic Trading / การเทรดด้วยอัลกอริทึม
การใช้โปรแกรมอัตโนมัติส่งคำสั่งเทรด บางทีก็เรียกว่า algo trading หรือการเทรดอัตโนมัติการวิเคราะห์และตลาด
Price Action / พฤติกรรมราคา
การวิเคราะห์ที่อาศัยการเคลื่อนไหวของราคาล้วน ๆ โดยไม่ใช้อินดิเคเตอร์ ครอบคลุมรูปแบบแท่งเทียน แนวราคาสำคัญ และโครงสร้างตลาดSupport / แนวรับ
ระดับราคาที่ในอดีตตลาดมักเจอแรงซื้อและเด้งกลับขึ้นResistance / แนวต้าน
ระดับราคาที่ในอดีตตลาดมักเจอแรงขายและถูกตีกลับลงTrend / เทรนด์
ทิศทางโดยรวมของตลาด อาจเป็นขาขึ้น (uptrend) ขาลง (downtrend) หรือออกข้าง (sideways/range)Breakout / การทะลุแนว
เมื่อราคาทะลุผ่านแนวรับหรือแนวต้านสำคัญไปได้อย่างมีน้ำหนักPullback / การย่อตัว
การเคลื่อนไหวสวนเทรนด์หลักชั่วคราว เป็นจังหวะที่อาจใช้เข้าตามทิศทางของเทรนด์ได้Consolidation / การสะสมกำลัง
ช่วงที่ราคาเคลื่อนออกข้างในกรอบแคบ ๆ โดยทั่วไปมักเกิดขึ้นก่อนการทะลุแนวVolume / วอลุ่ม
ปริมาณสัญญาที่ซื้อขายกันในช่วงเวลาหนึ่ง วอลุ่มสูงเป็นการยืนยันการเคลื่อนไหว วอลุ่มต่ำบ่งบอกถึงความอ่อนแรงVolatility / ความผันผวน
ตัววัดว่าราคาแกว่งมากแค่ไหน ความผันผวนสูงหมายถึงการเคลื่อนไหวที่แรงและเร็วGap / แก็ป
ช่องว่างระหว่างราคาปิดของเซสชันหนึ่งกับราคาเปิดของเซสชันถัดไป แก็ปมักทำตัวเหมือนแม่เหล็กดึงราคากลับมาSession / เซสชัน
ช่วงเวลาซื้อขายที่กำหนดไว้ เซสชันหลักคือเอเชีย ลอนดอน และนิวยอร์ก แต่ละเซสชันมีบุคลิกของตัวเองRTH (Regular Trading Hours)
เวลาทำการปกติของตลาด สำหรับฟิวเจอร์สดัชนีสหรัฐฯ โดยทั่วไปคือ 9:30 - 16:00 ETETH (Extended Trading Hours) / Globex
เวลาซื้อขายนอกเวลาทำการปกติ ฟิวเจอร์สเทรดได้เกือบ 24/5 แต่สภาพคล่องหนาที่สุดอยู่ในช่วง RTHOpening Range
กรอบราคาที่เกิดขึ้นในไม่กี่นาทีแรกของเซสชัน หลายกลยุทธ์ใช้กรอบนี้เป็นจุดอ้างอิงVWAP (Volume Weighted Average Price)
ราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักด้วยวอลุ่ม บอกราคา "ที่เป็นธรรม" ของวันนั้นและทำหน้าที่เป็นแนวรับแนวต้านแบบเคลื่อนที่แพลตฟอร์มและการส่งคำสั่ง
Order Types / ประเภทของออเดอร์
Market Order / ออเดอร์ราคาตลาด: จับคู่ทันทีที่ราคาดีที่สุดที่มีอยู่ การันตีว่าได้เทรด แต่ไม่การันตีราคา
Limit Order / ออเดอร์ลิมิต: จับคู่เฉพาะที่ราคาที่ระบุไว้หรือดีกว่า การันตีราคา แต่ไม่การันตีว่าจะได้เทรด
Stop Order / ออเดอร์สต็อป: จะกลายเป็นออเดอร์ราคาตลาดเมื่อราคาไปถึงระดับที่ระบุไว้ ใช้ทำ stop loss
Stop Limit Order: จะกลายเป็นออเดอร์ลิมิต (ไม่ใช่ราคาตลาด) เมื่อถูกกระตุ้น ควบคุมได้มากกว่า แต่เสี่ยงที่จะไม่ได้เทรด
Fill / การจับคู่คำสั่ง
เมื่อออเดอร์ของคุณสำเร็จ "Got filled" หมายถึงออเดอร์ถูกจับคู่เรียบร้อยแล้วPartial Fill / การจับคู่บางส่วน
เมื่อออเดอร์ของคุณสำเร็จเพียงบางส่วน พบบ่อยกว่ากับออเดอร์ลิมิตขนาดใหญ่Slippage / ส่วนต่างราคา
ความต่างระหว่างราคาที่คุณคาดไว้กับราคาที่ได้จริง เกิดในตลาดที่วิ่งเร็วหรือสภาพคล่องบางSpread
ส่วนต่างระหว่างราคาเสนอซื้อที่ดีที่สุด (bid) กับราคาเสนอขายที่ดีที่สุด (ask) ตลาดที่สภาพคล่องดีจะมี Spread แคบBid
ราคาสูงสุดที่มีคนยอมจ่าย ถ้าคุณขาย คุณจะได้ราคา bidAsk / Offer
ราคาต่ำสุดที่มีคนยอมขาย ถ้าคุณซื้อ คุณจะจ่ายที่ราคา askDOM (Depth of Market) / ความลึกของตลาด
เครื่องมือที่แสดงออเดอร์ซื้อขายที่ค้างอยู่ทุกไม้ในแต่ละระดับราคา บางทีก็เรียกว่า "Level 2" หรือ "Order Book"Tape / Time & Sales
บันทึกแบบเรียลไทม์ของทุกรายการที่จับคู่สำเร็จ แสดงราคา ขนาด และเวลาBracket Order
ออเดอร์ที่วาง stop loss และ take profit ให้อัตโนมัติพร้อมกับตอนที่คุณเข้าไม้OCO (One Cancels Other)
ออเดอร์สองตัวที่ผูกกันไว้ พอตัวหนึ่งถูกจับคู่ อีกตัวจะถูกยกเลิกอัตโนมัติการซ้อมและการเตรียมตัว
Paper Trading / การเทรดจำลอง
การฝึกเทรดโดยไม่ใช้เงินจริง จำเป็นสำหรับสร้างทักษะก่อนเอาทุนจริงไปเสี่ยงSim Account / บัญชีซิม
บัญชีที่จำลองสภาพตลาดจริงแต่ใช้เงินสมมติBacktesting
การทดสอบกลยุทธ์กับข้อมูลย้อนหลังเพื่อดูว่ามันน่าจะทำงานได้แค่ไหนForward Testing
การทดสอบกลยุทธ์แบบเรียลไทม์ (โดยทั่วไปคือในบัญชีจำลอง) เพื่อยืนยันผลที่ได้จาก BacktestingTrading Journal / สมุดบันทึกการเทรด
บันทึกโดยละเอียดของทุกออเดอร์ที่คุณทำ เป็นเครื่องมือหลักในการพัฒนาตัวเองและหารูปแบบซ้ำ ๆ ในการเทรดของคุณTrading Plan
เอกสารที่กำหนดกลยุทธ์ กฎการเข้าออก การบริหารความเสี่ยง และกิจวัตรของคุณ เทรดโดยไม่มีแผนก็คือการพนันตัวชี้วัดผลงาน
Win Rate / อัตราชนะ
สัดส่วนของออเดอร์ที่ได้กำไร 50% หมายความว่าคุณชนะครึ่งหนึ่งของออเดอร์ทั้งหมดAverage Win / กำไรเฉลี่ย
จำนวนเงินเฉลี่ยที่คุณได้จากออเดอร์ที่ชนะAverage Loss / ขาดทุนเฉลี่ย
จำนวนเงินเฉลี่ยที่คุณเสียจากออเดอร์ที่แพ้Expectancy / ค่าคาดหวัง
กำไรเฉลี่ยที่คาดว่าจะได้ต่อหนึ่งออเดอร์ โดยคิดทั้งอัตราชนะและขนาดเฉลี่ยของกำไรกับขาดทุนProfit Factor
กำไรรวมหารด้วยขาดทุนรวม Profit Factor เท่ากับ 2 หมายความว่าคุณได้ $2 ต่อทุก $1 ที่เสียไปSharpe Ratio
ตัววัดผลตอบแทนที่ปรับด้วยความเสี่ยงแล้ว ยิ่งสูงยิ่งดี คำนวณโดยคิดความผันผวนของผลงานคุณเข้าไปด้วยMaximum Drawdown
การขาดทุนก้อนใหญ่ที่สุดจากยอดดอยถึงก้นเหวบนเส้นทุนของคุณ เป็นตัววัดสถานการณ์ที่แย่ที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นจิตวิทยาการเทรด
FOMO (Fear Of Missing Out)
ความกลัวว่าจะพลาดโอกาส ทำให้เข้าไม้ทั้งที่ไม่มีสัญญาณที่ใช้ได้ หรือไล่ราคาตามRevenge Trading
การเข้าไม้แบบหุนหันหลังจากขาดทุน เพื่อหวังเอาคืนให้เร็วที่สุด โดยทั่วไปจบลงด้วยการขาดทุนหนักกว่าเดิมTilt
สภาวะอารมณ์ที่เสียศูนย์จนตัดสินใจแบบไร้เหตุผล เป็นคำที่มาจากวงการโป๊กเกอร์Overtrading
การเทรดมากเกินพอดี ไม่ว่าจะโดยจำนวนออเดอร์หรือขนาดโพซิชัน มักเป็นผลพวงของ FOMO หรือ Revenge TradingAnalysis Paralysis
อาการลงมือไม่ได้เพราะวิเคราะห์มากเกินไป ข้อมูลมีให้หาเพิ่มเสมอ แต่สุดท้ายคุณก็ต้องตัดสินใจสักทีDiscipline / วินัย
ความสามารถในการทำตามแผนเทรดของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ปล่อยให้อารมณ์พาไปEdge / ความได้เปรียบ
ความได้เปรียบเชิงสถิติที่กลยุทธ์ของคุณมีเหนือตลาด ถ้าไม่มี Edge คุณก็แค่กำลังพนันอยู่คำถามที่พบบ่อย
บัญชีประเมินกับบัญชี Funded ต่างกันอย่างไร
การประเมินคือบททดสอบที่คุณจ่ายเงินซื้อเพื่อพิสูจน์ว่าคุณอยู่ในกฎได้ ส่วนบัญชี Funded มาทีหลังและเป็นจุดที่คุณเริ่มได้ส่วนแบ่งจากกำไร กฎของสองอย่างนี้แทบไม่เคยเหมือนกัน
บัญชีเป็นแบบจำลองหมายความว่าอย่างไร
หมายความว่าคุณเทรดกับสภาพแวดล้อมจำลองที่ใช้ข้อมูลตลาดจริง ไม่ได้เทรดกับตลาดด้วยเงินของบริษัท เงินที่คุณถอนได้เป็นเงินจริง แต่คำสั่งของคุณไม่ได้ออกไปถึงตลาด
Profit Split คืออะไร
คือสัดส่วนของกำไรที่คุณเก็บไว้เอง ในวงการฟิวเจอร์สปกติจะอยู่ระหว่าง 80% ถึง 100% สำหรับเทรดเดอร์ บางเจ้าให้ช่วงแรก 100% แล้วที่เหลือค่อยแบ่งกัน
Payout คืออะไร
คือการรับกำไรออกจากบัญชี Funded แต่ละบริษัทตั้งเงื่อนไขของตัวเอง ทั้งยอดสะสมขั้นต่ำ จำนวนวันเทรดขั้นต่ำ และบางทีก็มีเพดานต่อการถอนหนึ่งครั้ง ซึ่งเป็นข้อที่คนมองข้ามกันมากที่สุด
สรุป
การเข้าใจศัพท์ชุดนี้คือก้าวแรกของการเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ มันไม่ได้ช่วยแค่ให้คุณอ่านกฎของ Prop Firm และจังหวะของตลาดออกเท่านั้น แต่ยังทำให้คุณเรียนรู้จากแหล่งความรู้อื่นได้เร็วขึ้นและคุยกับชุมชนเทรดเดอร์ได้รู้เรื่อง
เคล็ดลับ: บุ๊กมาร์กหน้านี้ไว้ แล้วเปิดดูทุกครั้งที่เจอศัพท์ที่นึกไม่ออก พอผ่านไปสักพัก ศัพท์ทั้งหมดนี้จะกลายเป็นเรื่องที่คุณใช้ได้เองโดยไม่ต้องคิด
