หนังสือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ดีที่สุดสำหรับเทรดเดอร์
7 หนังสือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ดีที่สุด พร้อมรีวิวแบบละเอียด ตั้งแต่พื้นฐานของ John Murphy ไปจนถึง Price Action ขั้นสูงของ Al Brooks พร้อมลำดับการอ่านแบบไล่ระดับ

YouTube และคอร์สออนไลน์สอนพื้นฐานการวิเคราะห์ทางเทคนิคให้คุณได้ภายในสุดสัปดาห์เดียว แต่เทรดเดอร์ที่เข้าใจกราฟจริง ๆ คนที่อ่านตลาดได้ลื่นไหลเหมือนอ่านภาษาแม่ เรียนมาจากหนังสือ เหตุผลง่ายมาก หนังสือดี ๆ บังคับให้คุณคิด ให้คุณตกตะกอน และให้คุณสร้างความเข้าใจในระดับลึก ไม่ใช่แค่ท่องจำรูปแบบ
คลิป 10 นาทีบอกคุณว่ารูปแบบ Head and Shoulders คือสัญญาณขาลง หนังสือบอกคุณว่าทำไมถึงเป็นขาลง มันล้มเหลวในบริบทไหน ควรมีปริมาณการซื้อขายแบบไหนมาประกอบ วัดเป้าหมายราคาอย่างไร และต้องทำอะไรถ้ารูปแบบนั้นเสียไป ความลึกระดับนี้คือเส้นแบ่งระหว่างเทรดเดอร์ที่จำรูปทรงได้กับเทรดเดอร์ที่เข้าใจตลาด
ในคู่มือนี้คุณจะเจอหนังสือ 7 เล่มที่ครอบคลุมการวิเคราะห์ทางเทคนิคตั้งแต่ต้นจนจบ พร้อมรีวิวแบบตรงไปตรงมาและลำดับการอ่านแบบไล่ระดับ ถ้าคุณอยากได้ภาพกว้างกว่านี้ที่รวมจิตวิทยาและการบริหารความเสี่ยงเข้าไปด้วย ดูรายการหนังสือเทรดที่ดีที่สุดของเรา
ทำไมต้องเรียนวิเคราะห์ทางเทคนิคจากหนังสือ
คอร์สและคลิปวิดีโอมีที่ทางของมัน แต่หนังสือให้สามอย่างที่หาที่แทนไม่ได้
- ความลึก หนังสือ 400 หน้าครอบคลุมเนื้อหามากกว่าคลิป YouTube 100 คลิปรวมกัน และเรียงลำดับมาให้อย่างเป็นระบบ
- จังหวะของคุณเอง คุณหยุดตรงแนวคิดที่ยากได้ อ่านย่อหน้าเดิมซ้ำได้ กลับมาอ่านต่อในอีกหลายสัปดาห์ก็ยังไม่หลุด เนื้อหาไม่หายไปไหนและไม่ถูกอัลกอริทึมเปลี่ยน
- คุณภาพที่ผ่านการกรอง การตีพิมพ์หนังสือต้องผ่านกองบรรณาธิการ ส่วนการอัปโหลดคลิปขึ้น YouTube ใช้แค่กล้องตัวเดียว กำแพงนั้นการันตีคุณภาพขั้นต่ำไว้ให้
ที่ว่ามาทั้งหมดนี้ การวิเคราะห์ทางเทคนิคเรียนรู้ได้จากการลงมือทำ ไม่ใช่จากการอ่านอย่างเดียว จับคู่หนังสือแต่ละเล่มกับการฝึกบนกราฟจริง คุณใช้โปรแกรมจำลองก็ได้ หรือจะลองการประเมินของ Prop Firmเลยก็ได้เมื่อรู้สึกว่าพร้อม
1. Technical Analysis of the Financial Markets - John Murphy
ถ้าคุณมีหนังสือวิเคราะห์ทางเทคนิคได้เล่มเดียว เล่มนี้คือคำตอบ John Murphy เขียนตำราอ้างอิงที่เป็นมาตรฐานของวงการ ถึงขั้นถูกใช้เป็นตำราเรียนในหลักสูตรใบรับรองทางการเงินอย่าง CMT (Chartered Market Technician)
หนังสือครอบคลุมทุกอย่างที่คุณต้องรู้เป็นพื้นฐาน ตั้งแต่ประเภทของกราฟ (แท่ง แท่งเทียน Point and Figure) แนวโน้มและเส้นแนวโน้ม แนวรับแนวต้าน รูปแบบราคา (สามเหลี่ยม ธง Double Top, Head and Shoulders) เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ออสซิลเลเตอร์ (RSI, MACD, Stochastic) ปริมาณการซื้อขาย การวิเคราะห์ระหว่างตลาด และวัฏจักรตลาด
สิ่งที่ทำให้ Murphy พิเศษคือความสามารถในการอธิบายเรื่องซับซ้อนให้ชัดเจนอย่างที่สุด ทุกแนวคิดมาพร้อมกราฟที่ทำเครื่องหมายไว้ให้เห็นตรง ๆ ว่าเขากำลังพูดถึงอะไร เขาไม่ได้คาดหวังว่าคุณมีพื้นมาก่อน แต่ก็ไม่ได้ปฏิบัติกับคุณเหมือนคนที่เข้าใจเรื่องลึก ๆ ไม่ได้
จุดที่มีค่าเป็นพิเศษคือบทว่าด้วยการวิเคราะห์ระหว่างตลาด ว่าพันธบัตร ค่าเงิน สินค้าโภคภัณฑ์ และดัชนีหุ้นสัมพันธ์กันอย่างไร มุมมองระดับมหภาคนี้ให้บริบทที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่มองข้าม และช่วยให้จังหวะเข้าออกของคุณดีขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ
เหมาะกับใคร ตั้งแต่มือใหม่ที่ไม่มีพื้นเลยไปจนถึงเทรดเดอร์ระดับกลางที่อยากอุดช่องโหว่ความรู้ของตัวเอง เป็นหนังสืออ้างอิงที่คุณจะกลับมาเปิดตลอด
ระดับความยาก ปานกลาง เข้าถึงง่ายแต่ครบถ้วน
บทเรียนสำคัญ การวิเคราะห์ทางเทคนิคไม่ได้ทำนายอนาคต แต่ระบุโซนที่มีความน่าจะเป็นสูงโดยอาศัยพฤติกรรมของราคาและปริมาณการซื้อขายในอดีต
2. Japanese Candlestick Charting Techniques - Steve Nison
Steve Nison คือคนที่นำกราฟแท่งเทียนญี่ปุ่นเข้าสู่โลกตะวันตก และหนังสือเล่มนี้ยังเป็นตำราอ้างอิงที่ไม่มีใครเถียงในเรื่องนี้แม้จะผ่านมากว่า 30 ปีแล้ว
แท่งเทียนญี่ปุ่นเป็นวิธีแสดงราคาที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดในโลก แท่งเทียนแต่ละแท่งเล่าเรื่องการต่อสู้ระหว่างฝั่งซื้อกับฝั่งขายในช่วงเวลานั้น Nison สอนให้คุณอ่านเรื่องนั้นได้อย่างแม่นยำ ตั้งแต่รูปแบบง่าย ๆ อย่าง Doji Hammer และ Shooting Star ไปจนถึงรูปแบบซับซ้อนที่ใช้สองถึงสามแท่งอย่าง Bullish Engulfing Morning Star และ Three Black Crows
แต่ของมีค่าที่สุดในเล่มไม่ใช่แคตตาล็อกรูปแบบ (ซึ่งหาได้จากเว็บไหนก็ได้) ของมีค่าคือ Nison อธิบายบริบทที่แต่ละรูปแบบทำงานได้จริง Hammer ที่โผล่มาในแนวโน้มขาลงหลังจากราคาร่วงมายาวนานนั้นมีความหมาย แต่ Hammer แท่งเดียวกันที่โผล่มากลางช่วงไซด์เวย์นั้นไม่ได้บอกอะไรเลย ความสามารถในการอ่านบริบทแบบนี้คือสิ่งที่แยกเทรดเดอร์ที่ท่องจำออกจากเทรดเดอร์ที่เข้าใจ
เหมาะกับใคร เทรดเดอร์ทุกคนที่ใช้กราฟแท่งเทียน ซึ่งก็คือแทบทุกคน ต่อให้คุณคิดว่ารู้จักรูปแบบพวกนี้แล้ว หนังสือเล่มนี้จะให้ความเข้าใจที่ลึกกว่าเดิมมาก
ระดับความยาก ง่ายถึงปานกลาง เห็นภาพชัดมาก มีกราฟตัวอย่างเยอะ
บทเรียนสำคัญ รูปแบบแท่งเทียนมีค่าก็ต่อเมื่ออยู่ในบริบทของมัน ตำแหน่งที่รูปแบบนั้นปรากฏสำคัญกว่าตัวรูปแบบเอง
3. Technical Analysis Using Multiple Timeframes - Brian Shannon
หนังสือเล่มนี้แก้ปัญหาที่เทรดเดอร์เจอกันบ่อยที่สุดข้อหนึ่ง คือความสับสนระหว่างไทม์เฟรม จะทำอย่างไรเมื่อกราฟ 5 นาทีบอกให้ซื้อแต่กราฟ 1 ชั่วโมงบอกให้ขาย Shannon ตอบคำถามนี้ด้วยระบบที่ชัดเจนและทำตามได้จริง
วิธีของ Shannon ตั้งอยู่บนหลักการง่าย ๆ แต่ทรงพลัง คือ ไทม์เฟรมที่ใหญ่กว่าเป็นฝ่ายกำหนด เริ่มจากระบุแนวโน้มบนกราฟรายสัปดาห์หรือรายวันก่อน จากนั้นหาจังหวะย่อตัวบนกราฟ 1 ชั่วโมงหรือ 15 นาที แล้วค่อยเข้าออเดอร์จริงบนกราฟ 5 นาทีหรือ 1 นาที แต่ละไทม์เฟรมมีหน้าที่ของมันชัดเจน
สิ่งที่ทำให้เล่มนี้โดดเด่นคือความเน้นภาคปฏิบัติอย่างสุดขั้ว เต็มไปด้วยภาพหน้าจอของกราฟจริงพร้อมคำอธิบายละเอียดที่ชี้ให้เห็นตรง ๆ ว่าต้องดูอะไร เข้าตรงไหน วาง Stop Loss ตรงไหน เหมือนมีเทรดเดอร์มากประสบการณ์นั่งข้าง ๆ แล้วอธิบายทุกการตัดสินใจให้ฟัง
เหมาะกับใคร Day Trader และเทรดเดอร์รายวันที่ต้องการระบบเป็นขั้นเป็นตอนโดยอิงโครงสร้างตลาดและหลายไทม์เฟรมเกี่ยวข้องกับเทรดเดอร์ฟิวเจอร์สเป็นพิเศษ
ระดับความยาก ปานกลาง ต้องมีพื้นฐานการวิเคราะห์ทางเทคนิคมาก่อน
บทเรียนสำคัญ อย่าเทรดสวนไทม์เฟรมที่ใหญ่กว่าเด็ดขาด การซื้อบนกราฟ 5 นาทีสวนแนวโน้มรายวันคือการพนัน ไม่ใช่การเทรด
4. Trading Price Action Trends - Al Brooks
ถึงตรงนี้เข้าเขตขั้นสูงแล้ว ไตรภาคของ Al Brooks (Trends, Ranges, Reversals) คืองานเขียนที่ละเอียดที่สุดเท่าที่เคยมีมาเกี่ยวกับ Price Action Brooks วิเคราะห์ตลาดทีละแท่งอย่างแท้จริง ทุกแท่งเทียน ทุกราคาปิด ทุกไส้เทียน ล้วนมีความหมายในระบบของเขา
Trading Price Action Trends ซึ่งเป็นเล่มแรก เน้นที่วิธีระบุ ยืนยัน และเทรดตามแนวโน้มโดยใช้ราคาเพียงอย่างเดียว ไม่มีอินดิเคเตอร์ ไม่มีเส้นค่าเฉลี่ย ไม่มีอะไรนอกจากแท่งเทียนบนกราฟ Brooks สอนให้คุณอ่านแรงซื้อและแรงขายแบบเรียลไทม์ ทีละออเดอร์
ขอเตือนตามตรงว่าเล่มนี้แน่นมาก ยาวกว่า 600 หน้าและทุกหน้าอัดข้อมูลไว้เต็ม เป็นหนังสือประเภทที่ต้องอ่านสามรอบถึงจะซึมได้หมด เทรดเดอร์จำนวนมากอ่านไปครึ่งเล่มแล้วเลิก แต่คนที่ทนอ่านจนจบจะได้ความสามารถในการอ่านกราฟที่อยู่คนละระดับไปเลย
Brooks พัฒนาวิธีของเขาขึ้นมาจากการเทรดฟิวเจอร์ส E-mini S&P 500 ซึ่งทำให้เล่มนี้เกี่ยวข้องกับเทรดเดอร์ฟิวเจอร์สเป็นพิเศษ
เหมาะกับใคร เทรดเดอร์ระดับกลางถึงขั้นสูงที่อยากเชี่ยวชาญ Price Action โดยไม่ต้องพึ่งอินดิเคเตอร์ ไม่แนะนำสำหรับมือใหม่
ระดับความยาก สูง ต้องมีประสบการณ์มาก่อนและต้องพร้อมอ่านซ้ำหลายรอบ
บทเรียนสำคัญ ทุกแท่งบนกราฟคือสัญญาณถ้าคุณอ่านบริบทของมันเป็น ราคาบรรจุทุกอย่างไว้แล้ว อินดิเคเตอร์แค่ประมวลผลข้อมูลที่มีอยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว
5. The Art and Science of Technical Analysis - Adam Grimes
Adam Grimes ทำสิ่งที่ผู้เขียนตำราวิเคราะห์ทางเทคนิคส่วนใหญ่หลีกเลี่ยง คือเอาทุกแนวคิดไปพิสูจน์ด้วยข้อมูลสถิติ แทนที่จะบอกว่า "สามเหลี่ยมใช้ได้ผล" เขาแสดงผลการ Backtesting อย่างเข้มงวดให้ดู รูปแบบบางอย่างที่ทุกคนเชื่อกันว่าใช้ได้ กลับมีประสิทธิผลใกล้เคียงกับการสุ่ม ส่วนบางรูปแบบที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงกลับมีความได้เปรียบทางสถิติจริง
หนังสือเล่มนี้เป็นส่วนผสมที่หายากระหว่างทฤษฎีกับภาคปฏิบัติ Grimes ครอบคลุมโครงสร้างตลาด รูปแบบราคา การบริหารออเดอร์ และการสร้างแผนการเทรดฉบับสมบูรณ์ แต่ทำจากมุมมองแบบวิทยาศาสตร์ ทุกข้อกล่าวอ้างมีข้อมูลรองรับ
บทว่าด้วยโครงสร้างตลาดมีค่าเป็นพิเศษ Grimes อธิบายวัฏจักรของตลาด (สะสม แนวโน้ม กระจาย) ในแบบที่ข้ามพ้นตัวรูปแบบรายตัว และให้ความเข้าใจแบบองค์รวมว่าราคาทำงานอย่างไร
เหมาะกับใคร เทรดเดอร์ที่อยากไปไกลกว่าการ "ท่องรูปแบบ" และอยากเข้าใจว่าอะไรใช้ได้จริงและเพราะอะไร โดยมีข้อมูลรองรับ
ระดับความยาก ปานกลางถึงสูง ส่วนที่เป็นสถิติอาจหนัก แต่ไม่ต้องเป็นนักคณิตศาสตร์ก็ตามทัน
บทเรียนสำคัญ ไม่ใช่ทุกอย่างที่ดูเหมือนการวิเคราะห์ทางเทคนิคจะมีความได้เปรียบจริง มีแต่รูปแบบที่มีข้อมูลสถิติรองรับเท่านั้นที่คู่ควรกับเงินของคุณ
6. Encyclopedia of Chart Patterns - Thomas Bulkowski
เล่มนี้ไม่ได้มีไว้อ่านรวดเดียวจบ มันคือสารานุกรมสำหรับเปิดหาเมื่อคุณต้องการข้อมูลเจาะจงเกี่ยวกับรูปแบบกราฟรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง และพูดได้โดยไม่ต้องเว่อร์ว่ามันคือแหล่งข้อมูลที่ครบที่สุดเท่าที่มีอยู่ในเรื่องนี้
Bulkowski วิเคราะห์รูปแบบนับพันบนข้อมูลย้อนหลังจริง และให้ข้อมูลของแต่ละรูปแบบไว้ครบ ทั้งอัตราความสำเร็จ เป้าหมายราคาเฉลี่ย อัตราความล้มเหลว ผลตอบแทนที่ดีที่สุดตามสภาพตลาด (ขาขึ้นหรือขาลง) และสัญญาณยืนยัน เป็นข้อมูลประเภทที่เปลี่ยนความเห็น ("ผมว่าสามเหลี่ยมนี้น่าจะเบรกขึ้น") ให้กลายเป็นการตัดสินใจที่มีข้อมูลรองรับ ("สามเหลี่ยมขาขึ้นเบรกขึ้น 64% ของครั้งทั้งหมดในตลาดขาขึ้น")
ข้อมูลของ Bulkowski เตือนเราเรื่องสำคัญข้อหนึ่ง คือไม่มีรูปแบบไหนที่ใช้ได้ 100% รูปแบบที่ดีที่สุดมีอัตราความสำเร็จ 60-70% ส่วนที่แย่ที่สุดอยู่ที่ 40-50% การรู้ตัวเลขพวกนี้ช่วยให้คุณกำหนดขนาดความเสี่ยงของแต่ละออเดอร์ได้ถูกต้อง
เหมาะกับใคร เทรดเดอร์ทุกคนที่ใช้รูปแบบกราฟ ไม่ใช่เล่มแรกที่ควรอ่าน แต่เป็นเล่มที่ควรวางไว้บนโต๊ะเพื่อเปิดหาตลอด
ระดับความยาก ใช้เป็นหนังสืออ้างอิงได้ง่าย ไม่ได้ออกแบบมาให้อ่านเรียงหน้า
บทเรียนสำคัญ รูปแบบกราฟทุกแบบมีความน่าจะเป็นที่วัดได้ การรู้ความน่าจะเป็นนั้นก่อนเอาเงินไปเสี่ยงคือเส้นแบ่งระหว่างการเทรดกับการพนัน
7. Market Wizards - Jack Schwager
เล่มนี้ไม่ใช่หนังสือวิเคราะห์ทางเทคนิคล้วน ๆ แต่มีบทสัมภาษณ์เทรดเดอร์สายเทคนิคที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ Schwager สัมภาษณ์ตำนานอย่าง Ed Seykota, Michael Marcus, Bruce Kovner และ Paul Tudor Jones ซึ่งหลายคนตัดสินใจโดยอาศัยการวิเคราะห์ทางเทคนิค
สิ่งที่น่าทึ่งในบทสัมภาษณ์เหล่านี้คือเทรดเดอร์ที่มีสไตล์ต่างกันคนละขั้วกลับมีหลักการร่วมกันที่เป็นสากล คือ การบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด การปรับตัวตามตลาด และความซื่อสัตย์ต่อตัวเอง บางคนเทรดตามแนวโน้ม บางคนเทรดกลับตัว บางคนใช้อินดิเคเตอร์ บางคนดูแต่ราคา แต่ทุกคนบริหารความเสี่ยงราวกับชีวิตขึ้นอยู่กับมัน (เพราะอาชีพของพวกเขาขึ้นอยู่กับมันจริง ๆ)
หนังสือให้แรงบันดาลใจโดยไม่ไร้เดียงสา Schwager ไม่ได้ซ่อนความล้มเหลวและการขาดทุนหนัก ๆ ที่เทรดเดอร์เหล่านี้เจอมาก่อนจะหาทางของตัวเองเจอ ความตรงไปตรงมานี้ทำให้มันเป็นยาแก้พิษของเรื่องเล่า "รวยง่าย" ที่ท่วมโซเชียลอยู่ตอนนี้
เหมาะกับใคร เทรดเดอร์ทุกคนในทุกระดับ อ่านสบาย แทรกระหว่างหนังสือหนัก ๆ ได้ แต่บทเรียนที่ได้ลึกมาก
ระดับความยาก ง่าย อ่านเหมือนบทสนทนาชุดหนึ่งที่ชวนติดตาม
บทเรียนสำคัญ ไม่มีเส้นทางเดียวที่ถูกต้องในการวิเคราะห์ทางเทคนิค สิ่งที่สำคัญคือหาวิธีที่เข้ากับนิสัยของคุณให้เจอ แล้วทำตามอย่างมีวินัย
ลำดับการอ่านแบบไล่ระดับ
อย่าอ่านหนังสือพวกนี้แบบสุ่ม เดินตามลำดับนี้เพื่อสร้างความรู้ให้แน่น
ระดับ 1 พื้นฐาน (เดือนที่ 1-2)
- Murphy วางรากฐานการวิเคราะห์ทางเทคนิคทั้งหมด
- Nison เชี่ยวชาญการอ่านแท่งเทียนญี่ปุ่น
ระดับ 2 ลงมือใช้จริง (เดือนที่ 3-4)
- Shannon เรียนวิธีเทรดด้วยหลายไทม์เฟรม
- Bulkowski เปิดดูสถิติของรูปแบบไปพร้อมกับการฝึก
ระดับ 3 เจาะลึก (เดือนที่ 5-8)
- Grimes เข้าใจว่าอะไรใช้ได้จริงและเพราะอะไร โดยมีข้อมูลจริงรองรับ
- Brooks เชี่ยวชาญ Price Action ล้วน (ใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะย่อยเล่มนี้ได้)
อ่านได้ทุกช่วง
- Schwager แรงบันดาลใจและมุมมองจากคนที่เก่งที่สุด
ลำดับนี้จะพาคุณจากอ่านกราฟไม่เป็นเลยไปถึงความรู้ที่ลึกและละเอียดอ่อนเรื่องการวิเคราะห์ทางเทคนิค อ่านควบคู่ไปกับหนังสือจิตวิทยาการเทรดเพื่อครอบคลุมสองเสาหลักของการเทรดที่ประสบความสำเร็จ
จากหนังสือสู่ตลาดจริง
การวิเคราะห์ทางเทคนิคมีชีวิตขึ้นมาเมื่อคุณเอาไปใช้จริง คำแนะนำเชิงปฏิบัติของเรา
- ฝึกกับกราฟย้อนหลัง หยิบสินค้าตัวไหนก็ได้ ย้อนกลับไป 6 เดือน แล้ววิเคราะห์กราฟทีละแท่งโดยใช้สิ่งที่คุณเรียนมา จากนั้นเดินหน้าต่อแล้วดูว่าการวิเคราะห์ของคุณถูกไหม
- เทรดในโปรแกรมจำลอง เมื่อคุณมั่นใจกับการวิเคราะห์กราฟนิ่ง ๆ แล้ว ขยับไปเทรดเดโมแบบเรียลไทม์ แรงกดดันจากราคาที่วิ่งอยู่ตรงหน้าคือปัจจัยที่หนังสือจำลองให้ไม่ได้
- วัดระดับตัวเองกับ Prop Firm เมื่อคุณทำผลงานเป็นบวกในเดโมได้อย่างน้อย 2-3 เดือน ลองการประเมินของ Prop Firmดู เป็นวิธีที่คุ้มที่สุดในการข้ามจากทฤษฎีไปสู่ผลลัพธ์จริงโดยไม่ต้องเอาเงินเก็บของตัวเองไปเสี่ยง เทียบตัวเลือกได้ในหน้าเปรียบเทียบของเรา และใช้ส่วนลดที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์
แวะดูคลังหนังสือแนะนำฉบับเต็มของเราเพื่อหาแหล่งเรียนรู้เพิ่ม หรือเริ่มลงมือจริงด้วยคู่มือทีละขั้นตอนของเรา
คำถามที่พบบ่อย
การวิเคราะห์ทางเทคนิคใช้ได้จริงหรือเป็นวิทยาศาสตร์เทียม
ใช้ได้จริง แต่ไม่ใช่แบบที่หลายคนเข้าใจ การวิเคราะห์ทางเทคนิคไม่ได้ทำนายอนาคต มันระบุโซนความน่าจะเป็นที่อุปสงค์และอุปทานเคยสร้างปฏิกิริยาไว้ในอดีต ข้อมูลของ Bulkowski และ Grimes แสดงให้เห็นว่ารูปแบบบางอย่างมีความได้เปรียบทางสถิติที่วัดได้จริง มันไม่ได้แม่นเสมอ แต่เมื่อรวมกับการบริหารความเสี่ยงที่ดี มันคือเครื่องมือที่ทรงพลัง
ต้องเรียนอินดิเคเตอร์ไหม หรือ Price Action ล้วนดีกว่า
ใช้ได้ทั้งสองแนวทาง อินดิเคเตอร์ (RSI, MACD, เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่) มีประโยชน์ในฐานะตัวยืนยัน แต่ไม่ควรใช้เป็นสัญญาณเข้าออเดอร์เดี่ยว ๆ ส่วน Price Action ล้วนเชื่อมคุณเข้ากับสิ่งที่ราคากำลังทำโดยตรงไม่ผ่านตัวกรอง เราแนะนำให้เรียนทั้งสองอย่าง (Murphy ครอบคลุมอินดิเคเตอร์ Brooks ครอบคลุม Price Action) แล้วค่อยตัดสินใจว่าแบบไหนเข้ากับคุณมากกว่า
ต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะเชี่ยวชาญการวิเคราะห์ทางเทคนิค
ถ้าเอาแค่พื้นฐานที่แน่น ใช้เวลาศึกษาและฝึก 3-6 เดือน ถ้าเอาระดับเชี่ยวชาญจริง 1-2 ปี การวิเคราะห์ทางเทคนิคเหมือนภาษา คุณเรียนประโยคพื้นฐานได้เร็ว แต่ความคล่องต้องอาศัยการจมอยู่กับมันเป็นเวลานาน หนังสือของ Brooks เป็นตัวอย่างที่ต้องอ่านซ้ำหลายรอบโดยเว้นระยะห่างกัน
การวิเคราะห์ทางเทคนิคใช้ได้เหมือนกันในทุกตลาดไหม
หลักการเป็นสากล แต่มีรายละเอียดต่างกัน ฟิวเจอร์สดัชนี (ES, NQ) มักเคารพแนวเทคนิคได้ดีมากเพราะสภาพคล่องสูง ส่วนคริปโตเหวี่ยงกว่า และหุ้นรายตัวอาจโดนข่าวของบริษัทกระชากจนรูปแบบไหนก็ใช้ไม่ได้ หนังสือในรายการนี้เน้นที่ฟิวเจอร์สและหุ้นสภาพคล่องสูงเป็นหลัก
เรียนวิเคราะห์ทางเทคนิคจากหนังสือฟรีหรือ PDF อย่างเดียวได้ไหม
แหล่งฟรีให้คุณเริ่มต้นได้ แต่ขาดความลึกและโครงสร้างที่หนังสือเหล่านี้ให้ หนังสือของ Murphy 400 หน้ามีเนื้อหาคุณภาพมากกว่าบทความกระจัดกระจายบนอินเทอร์เน็ตเป็นร้อยชิ้น เงินที่ลงกับหนังสือชุดนี้ (ราว $200-$300 สำหรับทั้ง 7 เล่ม) คืนทุนตัวเองตั้งแต่บัญชี Prop Firm บัญชีแรกที่คุณไม่เสียเพราะสิ่งที่เรียนมา
ดูหนังสือแนะนำทั้งหมด
อยากได้ภาพรวมทั้งหมดที่จัดเรียงตามหมวด ระดับ และภาษาใช่ไหม แวะดูคู่มือหนังสือเทรดแนะนำของเราที่มีทั้งรีวิว ตัวกรอง และการเทียบราคา
