แท่งเทียนญี่ปุ่นในการเทรด: รูปแบบที่ต้องรู้
แท่งเทียนญี่ปุ่นคือระบบแสดงกราฟที่ใช้กันมากที่สุดในการเทรด เรียนรู้การอ่านรูปแบบสำคัญของหนึ่ง สอง และสามแท่งเทียน เพื่อจับการกลับตัวและการไปต่อในตลาดฟิวเจอร์ส

แท่งเทียนญี่ปุ่นถูกคิดค้นขึ้นในญี่ปุ่นช่วงศตวรรษที่ 18 โดยพ่อค้าข้าว ผ่านมากว่า 300 ปี มันก็ยังเป็นระบบแสดงกราฟที่ใช้กันมากที่สุดในโลกการเทรด เหตุผลนั้นง่ายมาก แท่งเทียนแต่ละแท่งย่อข้อมูลสำคัญสี่อย่างไว้ให้เห็นในพริบตาเดียว และเปิดเผยการต่อสู้ระหว่างฝั่งซื้อกับฝั่งขายได้ชัดเจนอย่างที่กราฟแบบอื่นทำไม่ได้
สำหรับการเทรดฟิวเจอร์สรายวัน การเข้าใจแท่งเทียนญี่ปุ่นไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย แต่เป็นสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐาน ในคู่มือนี้คุณจะได้เรียนรูปแบบสำคัญที่ใช้กันจริงใน Day Trading พร้อมบริบทที่ทำให้มันใช้ได้ผลเสมอ
กายวิภาคของแท่งเทียนญี่ปุ่น
ก่อนจะพูดถึงรูปแบบต่าง ๆ คุณต้องเข้าใจก่อนว่าแท่งเทียนแต่ละแท่งบอกอะไรคุณบ้าง
แท่งเทียนญี่ปุ่นหนึ่งแท่งมีองค์ประกอบสี่อย่าง
- ราคาเปิด (Open) ราคาที่คาบเวลานั้นเริ่มต้น
- ราคาปิด (Close) ราคาที่คาบเวลานั้นจบลง
- ราคาสูงสุด (High) ราคาสูงที่สุดที่ไปถึงในคาบนั้น
- ราคาต่ำสุด (Low) ราคาต่ำที่สุดที่ลงไปในคาบนั้น
ตัวเทียน คือสี่เหลี่ยมระหว่างราคาเปิดกับราคาปิด ถ้าราคาปิดอยู่เหนือราคาเปิด แท่งเทียนนั้นเป็นขาขึ้น (มักเป็นสีเขียวหรือขาว) แปลว่าฝั่งซื้อคุมเกม ถ้าราคาปิดอยู่ต่ำกว่า แท่งนั้นเป็นขาลง (มักเป็นสีแดงหรือดำ) แปลว่าฝั่งขายชนะ
ไส้เทียน (หรือที่เรียกว่าเงาหรือ wick) คือเส้นบาง ๆ ที่ยื่นออกไปทั้งด้านบนและด้านล่างของตัวเทียน ไส้ด้านบนบอกว่าราคาขึ้นไปถึงระดับนั้นแล้วถูกตีกลับ ไส้ด้านล่างบอกว่าราคาลงไปแล้วถูกฝั่งซื้อดูดกลับขึ้นมา
กฎพื้นฐาน ตัวเทียนใหญ่บ่งบอกความมั่นใจ ไส้ยาวบ่งบอกการถูกปฏิเสธ ตัวเทียนเล็กบ่งบอกความลังเล
รูปแบบแท่งเทียนเดียว
รูปแบบแท่งเทียนเดียวเป็นสัญญาณที่มองออกได้เร็วที่สุด ถึงลำพังตัวมันเองจะไม่ใช่สัญญาณเข้าออเดอร์ แต่ในบริบทที่เหมาะสมมันทรงพลังอย่างยิ่ง
Doji
Doji มีตัวเทียนเล็กมากหรือแทบไม่มีเลย โดยมีไส้ทั้งสองด้าน ราคาเปิดกับราคาปิดอยู่ระดับเดียวกันแทบจะเป๊ะ มันแทนความลังเลอย่างเต็มรูปแบบ ฝั่งซื้อกับฝั่งขายสู้กันแต่ไม่มีใครชนะ
Doji ที่แนวรับแข็ง ๆ หลังแนวโน้มขาลงอาจส่งสัญญาณการกลับตัวเป็นขาขึ้น Doji ที่แนวต้านหลังแนวโน้มขาขึ้นอาจบอกล่วงหน้าถึงการกลับตัวเป็นขาลง ส่วน Doji กลางกรอบราคาไม่มีความหมายอะไรที่ใช้ได้เลย
Doji มีหลายแบบตามตำแหน่งของตัวเทียน Dragonfly Doji มีไส้ล่างยาวและไม่มีไส้บน บอกว่าฝั่งขายกดราคาลงไปแต่ฝั่งซื้อดึงกลับขึ้นมาได้หมด ส่วน Gravestone Doji เป็นด้านตรงข้าม คือไส้บนยาว ฝั่งซื้อดันขึ้นไปแต่ฝั่งขายกดกลับลงมา
Hammer (ค้อน)
Hammer มีตัวเทียนเล็กอยู่ตอนบนของแท่งและมีไส้ล่างยาว (อย่างน้อยสองเท่าของตัวเทียน) มันแสดงว่าฝั่งขายกดราคาลงไปลึกมาก แต่ฝั่งซื้อตอบโต้อย่างแรงและดึงกลับขึ้นมาได้เกือบทั้งหมด
เป็นสัญญาณขาขึ้นเมื่อโผล่หลังแนวโน้มขาลง โดยเฉพาะที่ระดับแนวรับ สีของตัวเทียนสำคัญน้อยกว่าตำแหน่งที่มันอยู่ Hammer สีแดงที่แนวรับสำคัญก็ยังเป็นสัญญาณขาขึ้นอยู่ดี
Hanging Man มีรูปร่างเหมือน Hammer ทุกประการ แต่โผล่มาหลังแนวโน้มขาขึ้น ตรงนี้ความหมายกลายเป็นขาลง คือฝั่งขายเริ่มกดดันอย่างหนักแล้ว แม้ฝั่งซื้อจะดึงพื้นที่กลับมาได้ชั่วคราวก็ตาม
Shooting Star (ดาวตก)
Shooting Star เป็นภาพตรงข้ามของ Hammer คือตัวเทียนเล็กอยู่ตอนล่างพร้อมไส้บนยาว ฝั่งซื้อดันราคาขึ้นไป แต่ฝั่งขายกดกลับลงมาอย่างแรง
เป็นสัญญาณขาลงเมื่อโผล่ที่แนวต้านหลังการวิ่งขึ้น บ่งบอกว่าฝั่งซื้อเสียการควบคุมแล้วและฝั่งขายกำลังยึดอำนาจ การยืนยันมาเมื่อแท่งถัดไปปิดต่ำกว่าจุดต่ำสุดของ Shooting Star
Marubozu
Marubozu คือแท่งเทียนที่ตัวใหญ่และไม่มีไส้ (หรือมีไส้น้อยมาก) มันแทนการควบคุมเบ็ดเสร็จของฝั่งใดฝั่งหนึ่ง Marubozu ขาขึ้น (ตัวเขียวใหญ่ไม่มีไส้) แปลว่าฝั่งซื้อคุมเกมตั้งแต่ต้นจนจบ ส่วนแบบขาลง (ตัวแดงใหญ่) บอกว่าฝั่งขายครองพื้นที่เบ็ดเสร็จ
Marubozu มักโผล่ตอนเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวแรง ๆ ถ้าคุณเห็น Marubozu ขาขึ้นทะลุแนวต้านพร้อมวอลุ่มสูง นั่นคือสัญญาณความแข็งแกร่งที่มีน้ำหนัก แต่มันก็โผล่ตอนปลายของการเคลื่อนไหวที่หมดแรงได้เหมือนกัน บริบทจึงสำคัญมาก
รูปแบบสองแท่งเทียน
รูปแบบสองแท่งเทียนให้ข้อมูลมากกว่า เพราะมันแสดงว่าตลาดตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวก่อนหน้าอย่างไร
Engulfing ขาขึ้นและขาลง
Engulfing ขาขึ้น เกิดขึ้นเมื่อแท่งเทียนขาลงเล็ก ๆ ตามมาด้วยแท่งขาขึ้นที่ตัวเทียนกลืนตัวเทียนของแท่งก่อนหน้าจนหมด แปลว่าฝั่งซื้อไม่ได้แค่ดูดซับแรงขายทั้งหมด แต่ยังเอาชนะได้อย่างขาดลอย
Engulfing ขาลง เป็นด้านตรงข้าม คือแท่งขาขึ้นเล็ก ๆ ตามมาด้วยแท่งขาลงที่กลืนมันไว้ ฝั่งขายยึดการควบคุมได้อย่างเด็ดขาด
นี่คือหนึ่งในรูปแบบที่เชื่อถือได้ที่สุดใน Day Trading ฟิวเจอร์ส โดยเฉพาะเมื่อเกิดที่ระดับแนวรับหรือแนวต้านพร้อมวอลุ่มที่เพิ่มขึ้น Engulfing ขาขึ้นที่แนวรับพร้อมวอลุ่มที่ไต่ขึ้นคือสัญญาณเข้าที่มีความน่าจะเป็นสูง
Piercing Line และ Dark Cloud Cover
Piercing Line เป็นสัญญาณขาขึ้นแบบสองแท่ง แท่งแรกเป็นขาลงที่ตัวใหญ่ แท่งที่สองเปิดต่ำกว่าจุดต่ำสุดของแท่งแรกแต่ปิดเหนือจุดกึ่งกลางของตัวเทียนแท่งแรก ฝั่งซื้อตอบโต้ความอ่อนแอก่อนหน้าอย่างแรง แต่ยังทำ Engulfing เต็มรูปแบบไม่สำเร็จ
Dark Cloud Cover เป็นคู่ตรงข้ามฝั่งขาลง แท่งขาขึ้นที่แข็งแรงตามมาด้วยแท่งที่เปิดเหนือจุดสูงสุดของแท่งก่อนแต่ปิดต่ำกว่าจุดกึ่งกลางของตัวเทียนขาขึ้นนั้น บ่งบอกว่าฝั่งขายกำลังเข้ามาอย่างหนักในโซนราคาสูง
ทั้งสองรูปแบบเชื่อถือได้น้อยกว่า Engulfing แต่ก็ยังมีประโยชน์เมื่อโผล่ที่ระดับราคาสำคัญ
รูปแบบสามแท่งเทียน
รูปแบบสามแท่งเทียนใช้เวลาก่อตัวนานกว่า แต่มักเป็นสัญญาณที่เชื่อถือได้มากกว่า
Morning Star (ดาวรุ่ง)
Morning Star เป็นรูปแบบกลับตัวเป็นขาขึ้นที่ประกอบด้วยสามแท่งเทียน
- แท่งขาลงตัวใหญ่ (ฝั่งขายคุมเกม)
- แท่งตัวเล็ก (Doji หรือ Spinning Top) ซึ่งจะเป็นขาขึ้นหรือขาลงก็ได้ (ความลังเล ฝั่งขายเริ่มหมดแรง)
- แท่งขาขึ้นตัวใหญ่ที่ปิดเหนือจุดกึ่งกลางของแท่งแรก (ฝั่งซื้อยึดการควบคุม)
Morning Star ที่แนวรับสำคัญเป็นหนึ่งในสัญญาณกลับตัวที่ทรงพลังที่สุด ตรรกะชัดเจนมาก คือตลาดเปลี่ยนจากฝั่งขายคุมเกม ไปเป็นความลังเล แล้วจบที่ฝั่งซื้อคุมเกม
Evening Star (ดาวค่ำ)
Evening Star เป็นรูปแบบตรงข้าม คือการกลับตัวเป็นขาลง
- แท่งขาขึ้นตัวใหญ่
- แท่งตัวเล็ก (ความลังเล)
- แท่งขาลงตัวใหญ่ที่ปิดต่ำกว่าจุดกึ่งกลางของแท่งแรก
มันได้ผลดีเป็นพิเศษที่แนวต้านและจุดสูงสุดของวัน ถ้าโผล่ที่จุดสูงสุดของวันก่อน (PDH) หรือที่แนวต้านของกราฟ 1 ชั่วโมง โอกาสที่มันจะทำงานจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
Three White Soldiers และ Three Black Crows
Three White Soldiers คือแท่งขาขึ้นสามแท่งติดกันที่ตัวเทียนขนาดใกล้เคียงกัน แต่ละแท่งปิดใกล้จุดสูงสุดของตัวเองและเปิดภายในตัวเทียนของแท่งก่อนหน้า มันส่งสัญญาณการเริ่มต้นของแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแรง และเชื่อถือได้มากกว่าเมื่อโผล่หลังการสะสมหรือการย่อตัว
Three Black Crows เป็นด้านตรงข้าม คือแท่งขาลงสามแท่งติดกันที่ตัวเทียนใกล้เคียงกัน แต่ละแท่งปิดใกล้จุดต่ำสุดของตัวเอง ส่งสัญญาณแรงขายที่ต่อเนื่องและการเริ่มต้นของแนวโน้มขาลงที่อาจเกิดขึ้น
ข้อควรระวัง ในฟิวเจอร์สรายวัน แท่งเทียนแรง ๆ สามแท่งติดกันบนกราฟ 5 นาทีมักเป็นจุดสุดยอดของการเคลื่อนไหว ไม่ใช่จุดเริ่มต้น ตรวจให้แน่ใจว่าการเคลื่อนไหวนั้นยังไม่หมดแรงก่อนจะเข้าตามทิศทางเดียวกัน
บริบทคือทุกสิ่ง
นี่คือบทเรียนที่สำคัญที่สุดของคู่มือนี้ และคู่ควรกับหัวข้อของตัวเอง รูปแบบแท่งเทียนที่ไม่มีบริบทนั้นไม่มีความหมายใด ๆ เลย
Hammer ที่แนวรับแข็ง ๆ หลังการร่วงลงคือสัญญาณที่ทรงพลัง แต่ Hammer แท่งเดียวกันนั้นกลางกรอบราคาออกข้างที่ไม่มีระดับสำคัญใด ๆ ก็เป็นแค่สัญญาณรบกวนแบบสุ่ม Engulfing ขาลงที่แนวต้านรายวันคือโอกาส ส่วน Engulfing แบบเดียวกันกลางแนวโน้มขาขึ้นที่แรงจัดมักจะโดนแรงเฉื่อยของตลาดบดทิ้ง
กฎของบริบทมีดังนี้
- ตำแหน่ง รูปแบบต้องก่อตัวที่ระดับที่มีความหมาย เช่น แนวรับ แนวต้าน VWAP EMA 200 หรือจุดสูงสุดกับจุดต่ำสุดของวันก่อน
- แนวโน้ม รูปแบบกลับตัวทำงานได้ดีที่สุดตอนปลายแนวโน้ม ส่วนรูปแบบไปต่อทำงานได้ดีที่สุดภายในแนวโน้ม
- ไทม์เฟรม รูปแบบบนกราฟ 1 ชม. เชื่อถือได้มากกว่าบนกราฟ 5 นาที ส่วนกราฟ 15 นาทีคือจุดที่ลงตัวที่สุดสำหรับ Day Trading
- การบรรจบกัน ยิ่งมีปัจจัยสอดคล้องกันมาก (รูปแบบแท่งเทียน + ระดับราคาสำคัญ + วอลุ่ม + อินดิเคเตอร์) ความน่าจะเป็นก็ยิ่งสูง
ถ้าอยากรู้เพิ่มว่าจะรวมแท่งเทียนเข้ากับระบบวิเคราะห์ที่ครบวงจรอย่างไร อ่านคู่มือการวิเคราะห์ทางเทคนิคในการเทรดของเรา
แท่งเทียนกับวอลุ่ม: ตัวยืนยันขั้นสุดท้าย
รูปแบบแท่งเทียนที่มีวอลุ่มยืนยันนั้นเชื่อถือได้มากกว่ารูปแบบที่ไม่มีการยืนยันอย่างเห็นได้ชัด
กฎการยืนยันด้วยวอลุ่มนั้นตรงไปตรงมา
- Hammer พร้อมวอลุ่มสูง ฝั่งซื้อเข้ามาด้วยแรงจริง เป็นสัญญาณขาขึ้นที่แข็งมาก
- Hammer พร้อมวอลุ่มต่ำ อาจเป็นแค่การพักชั่วคราว เชื่อถือได้น้อยกว่า
- Engulfing ขาขึ้นพร้อมวอลุ่มที่เพิ่มขึ้น มีโอกาสกลับตัวสูง สถาบันกำลังซื้อ
- Engulfing ขาขึ้นพร้อมวอลุ่มที่ลดลง การเคลื่อนไหวที่ไร้ความเชื่อมั่น ต้องระวัง
- Marubozu ขาลงพร้อมวอลุ่มระเบิด เป็นการขายของสถาบัน อย่าไปยืนขวาง
- Doji พร้อมวอลุ่มสูง การปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างฝั่งซื้อกับฝั่งขาย ผลของแท่งถัดไปจะเป็นตัวชี้ขาด
ในฟิวเจอร์ส วอลุ่มเป็นของจริงและโปร่งใส เพราะทุกสัญญาที่ซื้อขายถูกนับหมด นี่คือข้อได้เปรียบที่คุณไม่มีในฟอเร็กซ์ ที่วอลุ่มเป็นเพียงจำนวน tick และไม่สะท้อนเม็ดเงินจริงที่อยู่ในตลาด
รูปแบบที่มีประโยชน์ที่สุดสำหรับ Day Trading ฟิวเจอร์ส
ถ้าคุณต้องเลือกแค่สามรูปแบบเพื่อเทรดฟิวเจอร์สรายวัน จะเป็นสามอันนี้
1. Engulfing ที่ระดับราคาสำคัญ เป็นรูปแบบที่ใช้ได้หลากหลายและเจอบ่อยที่สุด โผล่หลายครั้งต่อวันบนไทม์เฟรม 5-15 นาที ถ้ามีวอลุ่มและตำแหน่งที่ถูกต้อง มันให้จุดเข้าที่วาง Stop ได้แคบและมี R:R ที่ดี
2. Hammer หรือ Shooting Star ที่แนวรับแนวต้าน เป็นสัญญาณการปฏิเสธราคาที่มองออกเร็ว ทำให้เข้าออเดอร์ตอนกลับตัวได้แต่เนิ่น ๆ วาง Stop ไว้ใต้ไส้ของ Hammer พอดี (หรือเหนือไส้ของ Shooting Star)
3. Morning Star หรือ Evening Star ตอนเปลี่ยนเซสชัน ได้ผลมากตอนเปิดเซสชันอเมริกา (15:30 เวลามาดริด) ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดมักกำหนดทิศทางของตัวเองหลังความลังเลก่อนหน้า
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเทรดด้วยแท่งเทียนญี่ปุ่น
- เทรดตามรูปแบบโดด ๆ เห็น Hammer แล้วซื้อทันทีโดยไม่ดูว่าราคาอยู่ตรงไหนบนกราฟ 1 ชม. คือสูตรสำเร็จของการเสียเงิน
- มองข้ามแนวโน้ม รูปแบบกลับตัวเป็นขาขึ้นกลางแนวโน้มขาลงที่แรงจัดล้มเหลวเสียส่วนใหญ่ อย่าพยายามรับมีดที่กำลังตกด้วย Hammer
- ตามหารูปแบบที่สมบูรณ์แบบ ในความเป็นจริง แท่งเทียนแทบไม่เคยสมบูรณ์แบบ Hammer ที่มีไส้บนนิดหน่อยก็ยังเป็น Hammer ความสมบูรณ์แบบเป็นศัตรูของการลงมือ
- ไม่รอการยืนยัน เทรดเดอร์จำนวนมากเข้าที่ตัวรูปแบบเลยโดยไม่รอให้แท่งถัดไปยืนยัน การรอให้แท่งยืนยันปิดไปในทิศทางที่คาดไว้ช่วยเพิ่ม win rate ได้อย่างมีนัยสำคัญ
- สับสนเรื่องไทม์เฟรม Doji บนกราฟ 1 นาทีไม่ได้มีน้ำหนักเท่า Doji บนกราฟ 1 ชั่วโมง ยิ่งไทม์เฟรมเล็ก สัญญาณรบกวนยิ่งมากและความน่าเชื่อถือยิ่งน้อย
แท่งเทียนญี่ปุ่นเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่เทรดเดอร์ฟิวเจอร์สทุกคนต้องใช้ให้เป็น ผสมมันเข้ากับแนวคิดของการวิเคราะห์ทางเทคนิคและการบริหารความเสี่ยงที่แน่นหนา แล้วคุณจะมีพื้นฐานครบถ้วนสำหรับการเทรดอย่างสม่ำเสมอ ฝึกมองหารูปแบบแบบเรียลไทม์ได้ด้วยเครื่องมือของเรา
คำถามที่พบบ่อย
1. รูปแบบแท่งเทียนไหนเชื่อถือได้ที่สุดสำหรับ Day Trading
Engulfing ที่ระดับแนวรับหรือแนวต้านสำคัญพร้อมการยืนยันด้วยวอลุ่ม มันเจอบ่อย มองออกง่าย และให้จุดเข้าที่วาง Stop ได้แคบ ในฟิวเจอร์สรายวัน โดยเฉพาะใน ES และ NQ Engulfing ที่ PDH/PDL หรือที่ VWAP มี win rate สูงอย่างเห็นได้ชัด
2. รูปแบบแท่งเทียนทำงานได้ดีที่สุดบนไทม์เฟรมไหน
สำหรับ Day Trading ฟิวเจอร์ส ไทม์เฟรม 15 นาทีให้สมดุลที่ดีที่สุดระหว่างความถี่ของสัญญาณกับความน่าเชื่อถือ รูปแบบบนกราฟ 5 นาทีให้สัญญาณมากกว่าแต่ก็มีสัญญาณรบกวนมากกว่า ส่วนรูปแบบบนกราฟ 1 ชั่วโมงเชื่อถือได้มากกว่าแต่ให้โอกาสรายวันน้อย ชุดที่ลงตัวคือมองหารูปแบบบนกราฟ 15 นาทีแล้วเก็บรายละเอียดจุดเข้าบนกราฟ 5 นาที
3. ต้องรอให้แท่งเทียนปิดก่อนเข้าออเดอร์ไหม
ต้องรอ เสมอ แท่งที่ดูเหมือน Hammer ตอนก่อตัวได้ครึ่งทางอาจกลายเป็น Marubozu ขาลงตอนปิดก็ได้ วินัยในการรอให้แท่งเทียนปิดเป็นหนึ่งในสิ่งที่แยกเทรดเดอร์ที่ทำกำไรได้ออกจากคนที่ทำไม่ได้ ข้อยกเว้นบางส่วนคือ Marubozu ที่วอลุ่มสูงสุดขีด ซึ่งความเสี่ยงของการรออาจกลายเป็นการพลาดโอกาสไปเลย
4. ต้องจำรูปแบบแท่งเทียนกี่แบบ
จะเทรด Day Trading ให้ได้ผล 6-8 รูปแบบก็เหลือเฟือแล้ว ได้แก่ Doji, Hammer, Shooting Star, Engulfing ขาขึ้นและขาลง, Morning Star, Evening Star และ Marubozu ที่เหลือล้วนเป็นรูปแบบแตกย่อยจากพวกนี้ การเชี่ยวชาญไม่กี่รูปแบบอย่างลึกซึ้งดีกว่ารู้จัก 50 รูปแบบแบบผิวเผินมาก
5. รูปแบบแท่งเทียนทำงานเหมือนกันในตลาดฟิวเจอร์สทุกตัวไหม
หลักการเป็นสากล แต่ความน่าเชื่อถือต่างกัน รูปแบบทำงานได้ดีเป็นพิเศษในตลาดที่มีสภาพคล่องสูงอย่าง ES, NQ และ CL เพราะมันสะท้อนการเข้าร่วมของเทรดเดอร์จำนวนมหาศาล ส่วนในตลาดที่สภาพคล่องน้อยกว่า แท่งเทียนอาจแกว่งไปมาและรูปแบบเชื่อถือได้น้อยลง นอกจากนี้แต่ละตลาดยังมี "บุคลิก" ของตัวเอง เช่น NQ มักสร้างไส้เทียนยาวกว่า ES ซึ่งส่งผลต่อวิธีที่คุณมองหารูปแบบ
เรียนรู้ต่อในคลัสเตอร์การวิเคราะห์
ถ้าสนใจลงลึกเรื่องการผสมสำนักวิเคราะห์ต่าง ๆ เพื่อเทรดฟิวเจอร์สกับ Prop Firm อ่านบทความพี่น้องเหล่านี้ต่อได้
- การวิเคราะห์ทางเทคนิคสำหรับฟิวเจอร์ส
- Price Action: เทรดโดยไม่ใช้อินดิเคเตอร์
- Order Flow: DOM, Footprint และวอลุ่มจริง
และเมื่อคุณอยากก้าวจากทฤษฎีไปสู่บัญชีจริง เปรียบเทียบ Prop Firm ฟิวเจอร์สในเว็บนี้ หรือดูอันดับล่าสุด
